จาก เมล์ ที่คุณริชชี่ ส่งมาให้ เลยคิดว่า น่าจะเป็น ธรรมทานได้
ขอ อนุโมทนา ด้วย
สิ่งดีดี..จาก ริชชี่...
การที่ทุกคนมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ การงาน การเงิน ความรัก ครอบครัว หรืออะไรก็แล้วแต่ มันอาจจะเกิดจากกรรมหรือว่าอาจจะไม่ใช่กรรมก็ได้นะครับ คุณควรมีสติแยกให้ออกก่อน ผมไม่อยากให้คุณไปโทษว่ามันเกิดจากกรรมเวรเสมอไป เจ้ากรรมนายเวรไม่ใช่แพะนะครับ(ฮา) ผมรู้ว่าช่วงคนเกิดปัญหามันทุกข์ คิดอะไรไม่ค่อยจะออก เพราะช่วงนั้นสติเราอาจจะขาดไป หลายคนหาวิธีแก้ต่าง ๆ นา ๆ หมดเงินหมดทองไปหลายบาท ยึดถือทางสายอื่นซึ่งไม่ใช่ทางที่หลุดพ้นจากปัญหา ปัญหาเหล่านั้นบางทีคุณก็แก้มันได้ด้วยตนเอง โดยอาศัยการทำสมาธิ การทำสมาธินะครับเป็นเครื่องมือที่ใช้อโหสิกรรมได้ หลักคือทำยังไงก็ได้ให้สงบแล้วมีสติ สิ่งนี้แหละครับที่จะช่วยได้ การทำสมาธิ สมาธิมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับเราเลือกว่าจะทำวิธีไหน แล้วแต่เราชอบ อาหารคนเรายังชอบกินต่างกันบ้างเหมือนกันบ้าง จะใช้วิธีไหนก็ได้แต่ท้ายสุดคุณจะต้องสงบแล้วก็มีสติตลอดครับ บางคนใช้วิธีกำหนดลมหายใจแล้วนิ่ง แต่อีกคนกลับใช้วิธีนี้ไม่ได้ผล ฟุ้งซ่าน คนเราแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ สมาธิจึงมีหลากหลายยังไงล่ะครับ เอาคร่าว ๆ ก่อนนะครับ ถ้าผมเปรียบสมาธิเหมือนมือของเรา มือเราแตกออกมาเป็นหลายนิ้ว นิ้วต่างๆ คือวิธีการทำสมาธิ เช่น พุท โธ ยุบหนอ พองหนอ นับลูกประคำ 108 เพ่งกษิณ การกำหนดจิตไว้ตามที่ต่าง ๆ ของร่างกาย หรือการสวดมนต์ก็ตาม หรืออาจจะมีวิธีอื่น ๆ อีกมาก ขึ้นอยู่กับจริตแต่ละคน ความชอบ ความถนัด แต่หากเราลองย้อนกลับไปที่จุดกำเนิดของนิ้ว ซึ่งคือมือ
คุณจะพบว่าทุกวิธีทำไปตอนสุดท้ายเหลือแค่ 2 อย่างเท่านั้น คือทำไปแล้วจิตคุณต้องสงบ และมีสติกำกับตลอด เปรียบเทียบสภาวะนะครับ การที่คนเราเหม่อลอยจิตนั้นสงบจริง แต่มันไปเรื่อย ๆ ตรงนี้สงบแต่ขาดสติ หรือกรณีที่คุณรู้ตัวว่าคุณทำอะไรอยู่แต่จิตคุณฟุ้งซ่าน ส่วนนี้คุณมีสติแต่ไม่สงบ สมาธิในวิธีของผมนั้น คือทำอย่างไรก็ได้ให้คุณจิตสงบ แล้วมีสติ ต้องมี 2 อย่างควบคู่กันเสมอ
คำว่าสงบคือการที่เราไม่คิดอะไรภายในระยะเวลาหนึ่ง ถ้าเราตั้งใจว่าตลอดเวลา 5 นาทีจะทำสมาธิ ภายใน 5 นาทีนั้นก็ต้องไม่มีความคิด นั่นคือสงบครับ แต่อาจเป็นการยากเพราะจิตคนเรามันเร็วครับ เช่น การที่เราคิดนู่นคิดนี่ตลอดเวลา เราคิดว่าจะไปที่ไหนจิตมันเดินทางไปก่อนแล้วนะครับ แต่เราไม่ได้ไป ก็เพราะว่าตัวเรายังไม่ได้ไปไงครับ คนเราฟุ้งซ่านเพราะคิดเยอะ บางคนเมื่อทำสมาธิแล้วฟุ้ง ก็ปล่อยให้คิดตามมันไปเลยครับ คิดเรื่องนั้นให้จบไป สมมติคุณมีเรื่องกังวล 3 เรื่องแล้ว คุณคิดเรื่องที่ 1 ก็คิดให้มันจบ ยิ่งเราจะไปห้ามความคิดบางทีขัดกันเองอีกนะครับ มี 3 เรื่องก็คิดให้มันจบทั้ง 3 เรื่อง เมื่อจบแล้วช่วงที่เราไม่มีความคิด ช่วงนี้ล่ะครับที่เรียกว่าสงบ การสงบคือการรวมจิตของเราให้อยู่กับตัวเราเองให้มากที่สุด เมื่อเกิดช่วงที่ไม่มีความคิดแล้วพยายามรักษาช่วงนั้นให้นาน ยิ่งคุณรักษาช่วงเวลาแห่งการสงบได้นานเท่าไหร่นั้นสมาธิคุณก็จะยิ่งนานตามนั้นเช่นกัน
จิตสงบเป็นอย่างไร ?หลายคนถามผมว่าแล้วนั่งสมาธิไปจะรู้ได้อย่างไรว่าจิตสงบ แล้วมันมีความรู้สึกอย่างไร ง่าย ๆ นะครับ
จำความรู้สึกช่วงที่คนเราใกล้จะหลับให้ได้ ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เราไม่เกิดความคิดอะไรเลย คนเราที่ทุกวันนี้หลับได้ก็เพราะจิตมันสงบ แต่การหลับไปคือขาดสติ ร่างกายพร้อมจะพักผ่อนจิตก็พร้อมจะพักตาม จึงทำให้ไม่เกิดความคิดในช่วงที่เคลิ้มจะหลับ แต่หลักของสมาธิ คือจิตสงบแต่ต้องมีสติ ต่างกันแค่มีสตินะครับ ดังนั้นวิธีทำสมาธิให้ง่าย หากอยากสงบได้เร็ว จำความรู้สึกช่วงจะหลับให้ได้ว่าเป็นอย่างไร ถ้าคุณนั่งสมาธิไปแล้วเมื่อเกิดความรู้สึกที่ไม่มีความคิด และคล้ายช่วงเคลิ้มหลับแล้ว ตรงนี้คุณสงบ แต่เมื่อสงบแล้วสติต้องตามมาทันทีครับ
สติมีไว้ทำไม ?สติ คือ อะไร สติคือการที่เรารู้สึกตัวครับ ให้รู้ทั้งภายนอกเราและภายในเราครับ สติภายนอกจะเป็นตัวคอยบอกให้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นรอบตัวเราขณะนั้น และสติภายในจะเป็นตัวบอกให้รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ขณะนั้น เช่นหากเรานั่งสมาธิแล้วมีรถขับผ่านหน้าบ้าน เราได้ยินเสียงว่ารถผ่าน ได้ยินได้นะครับ แต่อย่าไปสนใจนะครับว่า ทำไมรถถึงผ่าน หรือสนใจว่าใครมาขับรถ เพราะถ้าคุณสนใจจิตคุณไปอยู่ที่รถคันนั้นแล้วนะครับ จิตจะไม่อยู่ที่คุณ หรือนั่งสมาธิอยู่ในบ้านมีคนในบ้านเปิดทีวี เราได้ยินเสียงขณะทำสมาธิว่าทีวีเปิดอยู่ แต่อย่าเอาจิตเราไปสนใจว่าทีวีนั้นเป็นละคร หรือรายการอะไร เพราะถ้าเราสนใจ จิตเราก็คงไปอยู่กับละคร หรือรายการแล้วครับ เพราะการทำสมาธินั้นให้จิตอยู่กับตัวคุณ สติภายนอกบอกให้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นแล้วให้จบแค่นั้น
เมื่อมีสติภายนอกแล้วให้มีสติภายในคือ รู้ตัวว่าตัวเราเองทำอะไรอยู่ขณะนี้ อย่างเช่นเวลาคุณทำสมาธิ คุณก็ต้องรู้ตัวว่าคุณนั่งอยู่หรือทำอะไรอยู่ คือรู้ตัวเองว่าตัวเองทำอะไรอยู่นั่นแหละครับ เมื่อสมาธิคุณสงบได้แล้วและมีสติตามที่บอกแล้วคุณก็จะไม่หลงในสิ่งที่เกิดขึ้น หลายคนนั่งสมาธิแล้วเพี้ยน หรือบางทีจิตหลุด ก็เพราะว่าเขาอาจจะทำได้ตรงสงบแล้วก็ได้แต่ขาดตรงสติครับ สติจะเป็นตัวคุมไม่ให้เราหลงหรือเขวกับสิ่งที่มันเกิดในภาวะจิตสงบครับ ต่อมาหลายคนงงว่าแล้วต้องกำหนดลมหายใจรึเปล่า
กำหนดลมหายใจสำคัญรึเปล่า ?ลมหายใจนะครับวิธีผมอย่าไปกำหนดมันอาจจะง่ายกว่า ทุกวันคุณยังหายใจเข้าออกเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว คุณยังไม่สนใจเลยว่ามันหายใจอย่างไร การกำหนดว่าหายใจเข้าเป็น พุท หายใจออกเป็น โธ บางคนทำได้แต่บางคนอาจจะขัดกันเองเพราะว่าเราไปบังคับให้ร่างกายเราหายใจตามคำพูด ดังนั้นคุณเลือกที่จะกำหนดก็ได้ หรือจะไม่กำหนดก็แล้วแต่นะครับ
การกำหนดลมหายใจให้เป็นไปตามคำพูดนั่นคือ ให้จิตเราสงบกับคำพูดครับ เมื่อสงบในขณะที่เราหายใจเข้าออกก็ต้องมีสติทั้งภายนอกและภายในอยู่นะครับ คุณก็ยังรับรู้ ได้ยินเสียง และรู้ว่าคุณกำหนดคำพูด คุณก็มีสติทั้งภายในและภายนอกได้เช่นกัน
สมาธิควรนั่งท่าทางไหน ?ในส่วนของท่านั่งในการทำสมาธิผมว่าแล้วแต่เลยครับ สมาธิจริง ๆ แล้วอยู่ที่จิต ในขณะนี้คนเรามีชีวิตอยู่ได้นั้นประกอบไปด้วย 2 อย่าง คือ จิต และร่างกาย บางคนนั่งขัดสมาธินาน ๆ อาจทำให้เกิดเหน็บชาบ้าง ปวดขาบ้าง ทำให้จิตพลอยไม่สงบตาม หรือในกรณีที่คนป่วยลุกขึ้นมานั่งก็แทบไม่ไหว ก็ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิก็ได้ เลือกท่านั่งที่คุณคิดว่าถ้าคุณนั่งแล้วมันจะทำให้จิตคุณสงบตรงนี้น่าจะช่วยให้คุณสงบได้เร็วขึ้น อาจจะพิงผนัง หรือพิงโซฟาก็ได้ หรือนอนทำเลยก็ได้ในกรณีคนป่วยหนัก ๆ แต่ในกรณีคนปกติจะนอนทำก็ได้นะครับ แต่ว่าอาจจะทำให้คุณหลับไปเลยนะครับ เพราะถ้าจิตคุณสงบแล้วคุณนอนอยู่ขาดสติคุณก็หลับได้ทันทีเลยครับ
สมาธิควรนั่งนานแค่ไหน ?ในส่วนของเวลาการทำสมาธิ จะทำนานหรือไม่นานขึ้นอยู่กับการฝึกฝนของแต่ละคนครับ แต่บางทีผมเปรียบให้เห็นนะครับบางคนนั่งสมาธิหลับตาได้นานเป็นชั่วโมง แต่เราไม่รู้หรอกครับว่าในขณะที่หลับตาจิตเขาฟุ้งซ่านรึเปล่า เขาอาจจะนิ่งแค่ 10 นาทีแรก อีก 50 นาทีที่เหลืออาจจะไม่นิ่งเลยก็ได้ ดังนั้นสมาธิไม่ได้อยู่ที่ว่าต้องทำนานเท่าไหร่ มันอยู่ที่ว่าเรานิ่งนานเท่าไหร่มันจึงจะเกิดผลครับ สมมติเราตั้งจิตว่าจะทำสมาธิช่วง 2 นาที ตลอด 2 นาทีคุณนิ่งมาก คุณอาจจะได้ผลมากกว่าคุณนั่งเป็นชั่วโมงแล้วนิ่งช่วง 2 นาทีสุดท้ายก็ได้ ดังนั้นวิธีสมาธิที่ผมปฏิบัติจึงไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย อยู่แค่ที่จิตครับ จิตคุณต้องสงบแล้วมีสติแค่นี้เป็นพอครับ
จิตเราควรอยู่ที่ไหน ?สมาธิเป็นการรวมจิตให้อยู่ที่ใดที่หนึ่ง ในตอนทำสมาธิก็ให้รวมจิตอยู่กับตัวเราเอง การคิดฟุ้งซ่านมันทำให้จิตเราไปอยู่ตามเรื่องที่เราคิด ดึงจิตกลับมาอยู่ที่ตัวเราเองให้มากที่สุด สติทำให้รู้ทั้งตัวเรา และรู้สภาพแวดล้อมภายนอก สมาธิจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องธรรมชาติใกล้ตัวทุกคนมาก ๆ เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรามาแล้วทั้งนั้น แต่เราอาจจะยังสังเกตไม่ชัด ผมยกตัวอย่างนะครับการล้างจานก็ถือเป็นการทำสมาธิ เพราะในขณะที่คุณล้างจานจิตคุณก็ต้องตั่งมั่นไปที่จาน ถ้าจิตคุณคิดอย่างอื่น จานใบนั้นอาจจะแตกก็ได้ จิตอยู่ที่จานคือจิตคุณสงบอยู่ที่จานไงครับ แล้วขณะล้างจานคุณก็ยังรู้ว่าภายนอกคุณมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และคุณก็ยังมีสติในตัวคือคุณก็รู้ว่าคุณกำลังล้างจานอยู่
สมาธิควรหลับตาหรือเปล่า ?สมาธิคุณจะหลับตาหรือลืมตาก็ได้แล้วแต่สะดวก บางคนไม่กล้าหลับตาเพราะมันมืด กลัวว่าจะเห็นนู้นเห็นนี่ ก็ลืมตาทำก็ได้ หาวัตถุมา 1 ชิ้นแล้วมองไปที่วัตถุนั้นจิตคุณก็สงบได้เพราะมีวัตถุเป็นตัวล่อ จิตคุณก็พุ่งไปที่วัตถุนั้น แล้วในขณะที่มองก็มีสติรู้ตัวว่ามองอยู่(สติภายใน) ได้ยินเสียงภายนอกขณะที่มองรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น(สติภายนอก) แค่นี้ก็ทำสมาธิได้เช่นกัน
ทำสมาธิให้ได้เร็วขึ้นประกอบด้วย ก่อนที่คุณจะทำสมาธิได้ ผมคิดว่าคุณควรจะเริ่มจากการให้ทาน มีศีล แล้วจึงเข้ามาขั้นสุดท้ายคือภาวนา ซึ่งสมาธิอยู่ในขั้นภาวนา การให้ทานนั้นคุณจะทำอะไรก็ได้ เช่นทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน วิทยาทาน ธรรมทาน และอีกมากมาย ใจต้องหมั่นเป็นผู้ให้ก่อน ต่อจากนั้นควรอยู่ในศีลให้ได้ เอาแค่ศีล 5 ข้อก็พอครับ เมื่อเราอยู่ในศีลได้ก็จะไม่มีทางไปสร้างกรรมใหม่เพิ่มครับ การผิดศีลข้อใดข้อหนึ่งนั้นมีโอกาสสร้างกรรมได้ทุกเวลาครับ เมื่อคุณทำอย่างที่ผมบอกไว้การทำสมาธิของคุณอาจจะง่ายขึ้นได้ครับ
หลังจากที่คุณทำสมาธิได้ทั้งสงบแล้วมีสติ คุณต้องเอาสมาธิมาประยุกต์ใช้ในการสื่อถึงเจ้ากรรมนายเวรเพื่อขออโหสิกรรม โดยเราเป็นฝ่ายขอให้เจ้ากรรมนายเวรพิจารณาเรา ถ้าเขาพอใจเขาจึงจะเอาสิ่งที่ก่อขึ้นกลับคืนไปซึ่งมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ว่าแรงอาฆาตลดลงไปรึยัง
เปิดเข้ามาแล้วเจอทางสว่างหั้ยกะชีวิตเลยอ่ะ 55+ ;)
เปนงายบ้างจร้า สบายดีมั้ย?!